อยากได้คะแนน Essay เยอะ…ต้องทำอย่างไร

การสอบเขียนภาษาอังกฤษที่ทุกคนคุ้นเคยกัน คงหนีไม่พ้นในเรื่องของ “Essay” การสอบเขียนชนิดนี้ถูกนำมาใช้เพื่อวัดระดับทักษะภาษาอังกฤษด้าน Writing ซึ่งการสอบแต่ละครั้งไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะผู้เข้าสอบต้องมี ความรู้ ความเข้าใจ ในเรื่องของ Grammar ,Idiom และ Vocabulary ระดับหนึ่งเลย แต่จะเก็บคะแนนในส่วนนี้ ใช่ว่าจะทำไม่ได้เลย วันนี้เรามาทำความเข้าใจกันแบบลึกซึ้งดีกว่า ว่าจริง ๆ แล้ว Essay คืออะไรกันแน่

ถ้าหากเราแบบตรง ๆ ง่าย ๆ ก็เลย Essay หมายถึง “บทความ” หรือ “เรียงความ” ซึ่งไม่ได้มีความต่างอะไรไปจากเรียงความภาษาไทยเลย ซึ่งมีองค์ประกอบย่อย ดังนี้

  1. Introduction (บทนำ)

Introduction ก็คือ บทนำ เป็นการเกริ่นเอาชื่อเรื่องที่เราจะเขียนมาขยาย ให้ดีเทลเล็ก ๆ น้อย ๆ หรือเราจะสามารถเขียนได้โดยเอาคำในชื่อเรื่องที่มีความโดดเด่น มาให้ความหมาย ขยี้ต่อ

  1. Body (เนื้อหา)

Body ก็คือ การเขียนเนื้อหาทั้งหมดที่เรามีลงไป สามารถแบ่งได้เป็น 2 ส่วนดังนี้

  • Topic Sentence

    เป็นการยกใจความหลักที่เราจะกล่าวมาขยายความต่อ โดยในส่วนนี้จะเป็นย่อหน้าแรกของ Body

  • Supporting details/ideas

    เปรียบได้กับผลจากการกระทำของ Topic Sentence การหาข้อเท็จจริงมาสนับสนุน เพื่อให้ผู้อ่านเกิดความคล้อยตาม

  1. Conclusion (สรุป)

Conclusion จะมีแค่ย่อหน้าเดียวเท่านั้น เพราะคือ การสรุปทุกอย่างเข้าด้วยกัน แล้วเน้นย้ำให้ผู้อ่านได้เห็นถึงใจความสำคัญอีกครั้งก่อนปิดท้าย เราสามารถใส่ความคิดเห็นของเราลงไปได้ โดยบอกว่าเราเห็นด้วยหรือไม่ ชี้ให้เห็นถึงแนวทางที่ควรจะเป็น

นอกจากการทำความเข้าใจถึงองค์ประกอบของ Essay จะช่วยเรามากขึ้นแล้ว เทคนิคต่าง ๆ ก็จำเป็นเช่นเดียวกัน วันนี้เราจึงมีทริคเด็ด ๆ มาเพิ่มคะแนนให้กับเราแบบฉุดไม่อยู่กันเลย!

  1. Intro ดีก็ได้ชัยไปกว่าครึ่ง

Introduction คือ สิ่งแรกที่เราจะเจอเมื่อเปิดอ่าน Essay ดังนั้นการเขียนบทนำที่ดี ต้องสามารถดึงดูดผู้อ่านได้ ทำให้ผู้อ่านรู้สึกว่าอยากติดตามในตอนถัดไป เพราะถ้าบทนำของเราน่าเบื่อ ไม่มีชีวิตชีวา ใครมันจะไปอยากอ่าน…

ตัวอย่างเช่นหากเราเขียนหัวข้อเกี่ยวกับการพนันควรใช้ภาษาที่เข้าใจง่ายและดึงดูดผู้อ่าน เช่นหัวข้อคือ sbobet ฝาก เงินที่มีหัวข้อว่า “การแนะนำการฝากเงินในเกม sbobet” โดยใช้หัวข้อนี้น่าสนใจเพราะมีเกมการพนันที่เรียกว่า sbobet และสอนการฝากเงินเป็นหัวข้อที่ผู้อ่านมักจะมองหา

  1. ใช้ภาษาเขียน อย่าใช้ภาษาพูด

ข้อนี้ให้เราลองพิจารณาดูว่า การเขียนบทความกึ่งวิชาการ แต่มีคำพูดทั่วไปอยู่ด้วย คงจะไม่ใช่เรื่องที่ควรซักเท่าไหร่ ทางที่ดีเราควรหลีกเลี่ยงวลีดังต่อไปนี้  เช่น “just,” “very,” “really,” “even,” และ “that.” ไม่ได้หมายความว่าห้ามใช้เลย แต่คนส่วนใหญ่มักจะใช้ซ้ำ ๆ กัน ทำให้งานเขียนของเราดูติด ๆ ขัด ๆ ไม่ลื่นไหล

อ่านเพิ่มเติม: เขียน essay อย่างไร…ให้ผ่านฉะลุย

  1. Tense นั้นสำคัญไฉน

Tense จัดอยู่ในหมวด Grammar มีความสำคัญใช่ย่อยเลย คำว่า “Tense” หมายถึง การบอกเวลา โดยเป็นการจัดลำดับเหตุการณ์ก่อนหลัง หลายคนยังไม่ค่อยเข้าใจในเรื่องนี้ซักเท่าไหร่ บางครั้งเขียนออกมา ทำให้ผู้อ่านเกิดความสับสน ว่าตกลงแล้วเหตุการณ์ไหนมาก่อน เหตุการณ์มาหลัง ฉะนั้นระวังกันด้วย

 

เขียน essay อย่างไร…ให้ผ่านฉะลุย

ถ้ากล่าวถึง essay เชื่อว่าหลายคนคงรู้จักอย่างแน่นอน การสอบชนิดนี้มักจะคู่กับวิชาภาษาอังกฤษเสมอ โดยคำว่า Essay” ตามฉบับออกซ์ฟอร์ดดิกชันนารี หมายถึง ร้อยแก้ว, ข้อความสั้น ๆ หากเราย้อนหลังไปประมาณ 4-5 ปี การวัดความรู้ด้านภาษาอังกฤษของนักเรียนไทยในด้าน Writing มักนิยมเอาการเขียน Essay มาวัดศักยภาพเด็ก ซึ่งนับได้ว่าเป็นตัวชี้วัดที่มีคุณภาพเลยทีเดียว แต่หลายคนยังไม่รู้ว่าการเขียน Essay นั้นมีเงื่อนไข และกฎเกณฑ์เช่นเดียวกัน ดังนั้นวันนี้เรามาเริ่มเรียนรู้ถึงการเขียน Essay ระดับพื้นฐานกันเลย

โครงสร้างของการเขียน Essay ไม่ต่างอะไรไปจากการเขียนเรียงความภาษาไทยมากนัก เพราะมีแพทเทิร์นที่เป็นไปในลักษณะทิศทางเดียวกัน ประกอบไปด้วย

  1. Introduction (บทนำ)

ส่วนนี้ คือการเปิดหัวเรื่องของหัวข้อบทความที่เราต้องการจะเขียน ซึ่งถ้าเราสามารถเขียนบทนำให้น่าดึงดูด และทำให้ผู้อ่านรู้สึกต้องการอ่านต่อไป นั่นหมายความว่า คุณได้คะแนนไปแล้วครึ่งนึง Introduction ที่ดีต้องนำเสนอใจความหลักได้ และต้องสามารถโยงประเด็นให้เกี่ยวข้องกับย่อหน้าถัดไปได้อย่างสมูธ กลมกลืน เพื่อให้ผู้อ่านรู้สึกไม่ติดขัด

  1. Body (เนื้อหา)

ในส่วนของ Body คือข้อมูลทั้งหมดที่เรามี เป็นหัวใจหลัก ๆ ในการเขียน Essay สามารถมีได้หลายย่อหน้า โดยการเขียน Body ที่ดีเราจะต้องมีส่วนประกอบย่อย ๆ ก็คือ “Topic Sentence” เป็นการกล่าวเกริ่นบทของเนื้อหาที่เรามีทั้งหมด สื่อให้ผู้อ่านทราบว่าเราต้องการจะบอกอะไร อีกส่วนก็คือ “Supporting details/ideas” เป็นส่วนเหตุผลที่เราต้องยกมาเป็นข้อสนับสนุนและเป็นการยกตัวอย่างขยาย Topic Sentence เพื่อพิสูจน์ให้ผู้อ่านตระหนักว่าสิ่งที่เรากำลังสื่ออยู่นั้น มีความถูกต้อง แม่นยำ สมเหตุสมผล ทริคสำคัญก็คือ ใช้คำที่สามารถโน้มน้าวใจผู้อ่านได้ ทั้งนี้ในส่วนของ Body จะต้องมีความสัมพันธ์ไปในทิศทางเดียวกันเท่านั้น

อ่านเพิ่มเติม: เขียน Essay อย่างไร ให้อาจารย์ปลื้ม

  1. Conclusion (สรุป)

ในส่วนนี้ จะเป็นการเอาเนื้อหาทั้งหมดมากล่าวสรุปปิดท้ายใน 1 ย่อหน้า โดยทั่วไป เราจะมีการให้เหตุผลส่วนตัวไปว่า เห็นด้วยหรือไม่ ชี้ให้เห็นถึงแนวทางการปฏิบัติว่าควรเป็นอย่างไร แล้วก็ย้ำถึงใจความสำคัญอีกครั้งนึง เพื่อให้ผู้อ่านได้โฟกัสถึงสิ่งที่เราต้องการจะสื่อก่อนอ่านจบ

จริง ๆ แล้วการเขียน Essay ไม่ได้มีเพียงแค่ การที่เราทราบถึงโครงสร้างแล้วเราจะเขียนเองได้เลย การกำหนดหัวข้อ เป็น priority ที่เราต้องคำนึงถึง  หัวข้อต้องมีความน่าสนใจ ต้องมีวัตถุประสงค์แน่ชัดว่าเราต้องการเล่าถึงอะไร ต้องสามารถเห็นถึงบทความคร่าว ๆ โดยรวมก่อนว่า ควรไปในทิศทางไหน เพราะ เวลาเขียน Essay หลายคนมักจะเจอทางตัน เนื่องจากไม่ได้มองไปถึงภาพรวมของเนื้อหาว่าเราควรใส่อะไรลงไป ขั้นตอนนี้สำคัญเป็นอย่างมาก อีกอย่างการวางแผนในการเขียน Essay ให้ผู้อ่านรู้สึกไหลลื่นเป็นสิ่งสำคัญเช่นเดียว เราต้องไตร่ตรองก่อนว่า Topic Sentence เราจะจั่วอย่างไร และต้องให้สอดคล้องกับ Supporting details/ideas ที่เราจะยกมาสนับสนุน เราต้องโน้มน้าวใจผู้อ่านให้ได้มากที่สุด โดยมีการเน้นย้ำใจความสำคัญทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยที่ผู้อ่านไม่รู้สึกว่าเราเขียนวนซ้ำที่เดิม เพียงเท่านี้การเขียน Essay ก็ไม่ใช่เรื่องหินอีกต่อไป

 

 

เขียน Essay อย่างไร ให้อาจารย์ปลื้ม

พอได้ยินคำว่า “Essay” เชื่อว่ากว่าร้อยละ 50 ของนักเรียนไทยมีสะดุ้งเฮือกกันบ้าง การสอบวัดทักษะวิชาภาษาอังกฤษในด้าน Writing มักจะเอา Essay เป็นตัวชี้วัด เพราะการสอบแค่หนึ่งครั้ง ก็สามารถบอกได้เลยว่า เด็กคนนี้แม่นภาษาอังกฤษแค่ไหน

โครงสร้างโดยทั่วไปของ Essay แทบไม่ต่างอะไรไปจากโครงสร้างเรียงความภาษาไทย ซึ่งมีองค์ประกอบหลัก ๆ 3 ส่วน ดังนี้

  1. Introduction (บทนำ)

การกล่าวเกริ่นหัวข้อบทความที่เราจะเขียน ว่าเป็นอย่างไร เพื่ออะไร เป็นการเปิดหัวเรื่องดี ๆ นั่นเอง

  1. Body (เนื้อหา)

สามารถแบ่งได้เป็น 2 ส่วนดังนี้

  • Topic Sentence

    จะอยู่ในส่วนย่อหน้าแรกของ Body เป็นการเอาใจความสำคัญมาให้ความหมาย กล่าวถึงโดยมีอ้างอิง

  • Supporting details/ideas

    การเชื่อม Topic Sentence เข้าไว้ในลักษณะของเหตุผล โดยเราต้องหาข้อเท็จจริงมาสนับสนุน Topic Sentence เพื่อโน้มน้าวใจคนดู

  1. Conclusion (สรุป)

ในพาร์ทนี้จะมีแค่ย่อหน้าเดียวเท่านั้น เพราะคือ การสรุปทุกอย่างเข้าด้วยกัน แล้วเน้นย้ำให้ผู้อ่านได้เห็นถึงใจความสำคัญอีกครั้งก่อนปิดท้าย

หลังจากที่เรารู้เกี่ยวกับโครงสร้างของ Essay แล้ว สิ่งที่เราพึงจะมี นั่นก็คือ “เทคนิค” ซึ่งวันนี้เรามีเคล็ด(ไม่)ลับมาประกาศให้ทุกคนได้ทราบกันถ้วนหน้าว่า ถ้าอยากได้คะแนน Essay ดี ๆ ต้องทำอย่างไรบ้าง

  1. เนื้อเรื่องต้องมีความเชื่อมโยงกับบทนำ

บทนำของเราควรดูน่าสนใจ และเนื้อหาในเนื้อเรื่องจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเชื่อมโยงกับบทนำ ความเป็นเอกภพอันหนึ่งอันเดียว คือสิ่งที่เราต้องนึกถึงไว้ตลอด หลายคนเขียนเพลินจนออกทะเล ทำให้ Essay ขาดความน่าเชื่อถือไปโดยปริยาย

  1. มีสไตล์การเขียนที่ชัดเจนและน่าจับตามอง

การเขียน Essay ที่ดี ไม่ควรกล่าวถึงบริบทโดยกว้าง เพราะการกล่าวโดยภาพรวม จะทำให้เราไม่สามารถ Specific ถึงใจความสำคัญเท่าไหร่ สไตล์การเขียนจะไม่มีเสน่ห์ อ่านแล้วเบื่อ ดังนั้นถ้าชอบหัวข้ออะไร ก็ทำการหาข้อมูลหยั่งลึกไว้เลย

อ่านเพิ่มเติม: เขียน Essay ให้ได้คะแนนเกือบเต็ม

  1. ให้ความสำคัญกับบทนำมากที่สุด

คณะกรรมการ อาจารย์ โดยทั่วไป มักจะใช้เวลาเพียงแค่ 2-3 นาที ในการอ่าน Essay แต่ละคน ดังนั้นบทนำของเราควรจะให้ความสนใจและสามารถบอกใจความสำคัญแก่ผู้อ่านตั้งแต่เริ่มต้น เพราะถ้าบทนำดี ให้ถือว่าเราได้คะแนนไปกว่าครึ่งแล้ว

  1. ใช้ความคิดสร้างสรรค์อย่างเป็นขั้นเป็นตอน

ในการสอบ Essay แต่ละครั้ง หัวข้อที่เราได้มาอาจจะน่าเบื่อบ้าง หรือ น่าสนใจบ้าง หน้าที่ของเราก็คือ ร่างแบบแผนของบทความในหัวคร่าว ๆ ก่อนว่าควรไปทิศทางไหน เพื่อไม่ให้ Essay ของเราออกทะเล แล้วอย่าลืมที่จะใส่ความคิดสร้างสรรค์ แหวกแนว อย่ากลัวที่จะแตกต่างในการใช้ศิลปะงานเขียนบนกระดาษ

Translate »